share

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีบัตรยืนยันตัวตนในระบบ Access Control

Last updated: 23 Oct 2023
390 Views
the evolution of credential technology

กว่าทศวรรษมาแล้ว ระบบควบคุมการผ่านเข้าออก (physical access control) นั้นมีความสำคัญต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่ระบบได้มีการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อน หลายๆองค์กรนั้นก็ยังคงใช้ระบบควบคุมการเข้าออกที่ล้าสมัยและมีช่องโหว่ สำหรับองค์กรเหล่านั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับการจัดลำดับแผนการพัฒนา

จริงๆแล้ว โซลูชั่นควบคุมการผ่านเข้าออก (access control) นั้นมีมานานแล้ว ในอารยธรรมโบราณ โครงสร้างต่างๆ เช่น สุสานในอียิปต์ก็ถูกสร้างขึ้นโดยมีจุดเชื่อมต่อพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น หินเลื่อนเพื่อปกปิดทางเข้าและห้องโถงคดเคี้ยวเพื่อเบี่ยงเบนทิศทาง ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัย และปกป้องทรัพย์สินจากบุคคลภายนอก ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยใหม่ โซลูชั่นการควบคุมการเผ่านข้าออกได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างซับซ้อน

ในช่วงศตวรรษที่ 20 ได้มีการนำระบบ access control ที่สามารถระบุผู้มีสิทธิผ่านเข้าในอาคารแต่ละรายเป็นรายบุคคล และกำหนดสิทธิ์การเข้าออกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ นับตั้งแต่นั้นมา องค์กรต่างๆ จึงมีตัวเลือกมากมายให้เลือกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในด้านเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตน ตั้งแต่บัตรแถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลประจำตัว, บัตร prox 125 kHz ไปจนถึงบัตร RFID แบบไร้สัมผัส และเทคโนโลยีบนมือถือยุคใหม่ เมื่อพิจารณาถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีระบบ access control ในปัจจุบัน องค์กรหลายแห่งควรต้องตระหนักได้แล้วว่าถึงเวลาที่ต้องอัปเกรดแล้ว

เรื่องงบประมาณมักจะมีบทบาทในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกใช้โซลูชั่นด้านความปลอดภัยเสมอ แต่การตัดมุมในเรื่องความปลอดภัยอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของบุคคล ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียง การลงทุนในโซลูชั่นการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตถือเป็นนโยบายการรับประกันความปลอดภัยที่มั่นคงในระยะยาว

เราจะมาดูกันว่าเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนสำหรับระบบ access control มีการพัฒนาอย่างไรในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และความสำคัญของการอัพเกรดเป็นเทคโนโลยีล่าสุด

การพัฒนาขึ้นของชุดล็อคและกุญแจ

เทคโนโลยีการรูดบัตรที่เกิดขึ้นในยุค 80 ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์มากกว่าระบบล็อคและกุญแจแบบแมนนวลแบบเดิมที่ใช้กันทั่วไปในเวลานั้น มันเป็นการเสนอให้องค์กรต่างๆ สามารถควบคุมการจัดการและติดตามผู้ที่กำลังจะเข้าและออกได้มากขึ้น นอกจากนี้ สิทธิ์การเข้าถึงยังสามารถให้ และเพิกถอน ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดล็อค แต่ข้อเสียคือเทคโนโลยีบัตรรูดก็มีข้อจำกัด บัตรเหล่านี้ไม่ปลอดภัย และความชำรุดและสึกหรอของทั้งบัตรและเครื่องอ่านได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีค่าใช้จ่ายสูงและเสียเวลาสำหรับผู้ดูแลระบบ

ข้อเสียของบัตรรูดมีส่วนอย่างมากต่อความนิยมของเทคโนโลยีบัตรประจำตัวไร้สัมผัส prox (หรือที่รู้จักในชื่อ บัตร RFID ความถี่ต่ำ) ที่เปิดตัวในยุค 90 คลื่นความถี่วิทยุ 125 kHz ที่ใช้ทำให้ข้อมูลบัตรประจำตัวสามารถสื่อสารกับเครื่องอ่านได้ในระยะหลายนิ้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสิทธิ์และผ่านประตูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ข้อดีที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ เทคโนโลยี prox สามารถใช้ในรูปแบบ fob และแท็ก รวมถึงการ์ด ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกและความยืดหยุ่นมากขึ้น แม้ว่า prox จะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับระบบ access control แบบอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ แต่ในที่สุดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยก็ถูกเปิดเผยเช่นกัน ที่สำคัญที่สุดคือ: อุปกรณ์ prox ไม่มีการเข้ารหัสและสามารถโคลนหรือปลอมแปลงได้ง่าย

เทคโนโลยีใหม่สำหรับสหัสวรรษใหม่

ข้อจำกัดเหล่านี้ปูทางไปสู่การนำสมาร์ทการ์ดแบบไร้สัมผัสมาใช้ซึ่งใช้สัญญาณความถี่วิทยุที่สูงกว่า (13.56 MHz) เพื่อสื่อสารคำสั่งในขั้นสูงมากขึ้น สมาร์ทการ์ด รุ่นแรกได้ออกสู่ตลาดเมื่อเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ โดยแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ MIFARE® และ iCLASS® พวกเขามีชุดคีย์การเข้ารหัสซึ่งคล้ายกับรหัสผ่านที่เครื่องอ่านใช้เพื่อยืนยันการอนุญาตในการอ่านข้อมูลที่ได้รับจากการ์ด บัตร access card เหล่านี้ยังสามารถจัดเก็บข้อมูลที่กำหนดเองได้ ช่วยให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันใหม่ๆ เช่น การจัดเก็บสกุลเงินดิจิทัล แต่เช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ สมาร์ทการ์ดรุ่นแรกเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เทคโนโลยีที่ปลอดภัยมากนัก เนื่องจากมีเทคนิคการแฮ็กขั้นสูงในท้องตลาด และพบว่าบัตรเหล่านี้เสี่ยงต่อการโคลนนิ่งด้วย

สมาร์ทการ์ดฉลาดขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ตามมาด้วยสมาร์ทการ์ดอีกสองสามรุ่น ในที่สุดก็มาถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบัน รวมถึง Seos® และ MIFARE DESFire EV3 บัตรเหล่านี้ต่างจากเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ตรงที่มาพร้อมคุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การส่งข้อความที่ปลอดภัยและการตรวจสอบความถูกต้องร่วมกัน นอกจากนี้ยังอาศัยอัลกอริธึมการเข้ารหัสที่ทันสมัย เทคโนโลยีเหล่านี้ยังช่วยให้มีการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น โดยเสนอทางเลือกในการจำกัดหรือปกปิดข้อมูลที่แชร์โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์

เทคโนโลยีข้อมูลยืนยันตัวตนสมัยใหม่ยังสามารถนำเสนอแนวทางการรองรับเทคโนโลยีในอนาคต ผ่านเส้นทางการใช้งานทางสมาร์ทโฟนที่ราบรื่น นี่เป็นข่าวดีสำหรับองค์กรที่มองหาโซลูชั่น access control ที่สร้างและจัดการข้อมูลประจำตัวที่ปลอดภัยไม่เพียงแต่บนบัตร access card เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์รับรองอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth® การสื่อสารระยะใกล้ และโปรโตคอลไร้สายอื่นๆ

ความสะดวกสบายของผู้ใช้และยุคมือถือ

หากการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงคือหม้อทองคำที่ปลายสายรุ้ง ความสะดวกสบายของผู้ใช้ก็คือแท่งเงินที่อยู่ติดกัน และด้วยมือถือ คุณก็จะมีทั้งสองอย่างได้!

ข้อมูลบัตรประจำตัวบนโทรศัพท์มือถือเป็นความก้าวหน้าล่าสุดในข้อมูลประจำตัวสำหรับระบบ access control เราอาศัยอยู่ในโลกที่เปิดใช้งานมือถือซึ่งขับเคลื่อนความคาดหวังของผู้บริโภคที่จะสามารถใช้อุปกรณ์ของพวกเขาสำหรับทุกสิ่ง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความต้องการข้อมูลประจำตัวที่จะเพิ่มลงในอุปกรณ์มือถือไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน เช่นเดียวกับที่ prox เคยนำความสะดวกสบายของผู้ใช้มาสู่ระบบ access control มากขึ้น ส่งผลให้บัตรแถบแม่เหล็กล่มสลาย โทรศัพท์มือถือก็มอบความสะดวกสบายแบบเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับบัตรทั่วๆไป ทำไมต้องพกบัตรและอุปกรณ์มือถือ ในเมื่อคุณต้องการเพียงแค่มือถือของคุณ?

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย คุณประโยชน์ต่างๆ ยังมีมากมาย เช่น การรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุง การพิสูจน์ได้ในอนาคตด้วยความสามารถในการอัปเกรดที่ดีขึ้น วิธีใหม่ๆ ในการเปิดประตู และช่วงการอ่านที่ขยายออกไปเพื่อประสบการณ์แบบไร้การสัมผัสที่ดีขึ้น ความสามารถในการจัดเตรียมและเพิกถอนข้อมูลรับรองผ่านทางอากาศ การบูรณาการกับการเข้าถึงและ ซอฟต์แวร์การจัดการผู้เยี่ยมชม และตัวเลือกการกำหนดราคาตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และอื่นๆ อีกมากมาย

เราไม่เคยมีเครื่องมือที่ดีกว่านี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ในการเอาชนะความท้าทายในระบบ access control เทคโนโลยีข้อมูลประจำตัวสมัยใหม่ไม่เพียงแต่ทำให้ข้อมูลประจำตัวมีความปลอดภัยและได้รับการปกป้องความเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังนำความสะดวกสบายและฟังก์ชั่นการทำงานระดับใหม่ทั้งหมดสำหรับโลกที่มุ่งเน้นอุปกรณ์พกพาที่ปลอดภัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

source: https://blog.hidglobal.com/2021/03/chronicling-evolution-access-control-credentials

บทความที่เกี่ยวข้อง
Unleash the Full Potential of AI at the Edge
ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ของ AI และการประมวลผลแบบ Edge ทำให้ Suprema ได้พัฒนาอุปกรณ์ Edge AI ที่มีประสิทธิภาพสูง Suprema ได้นำโปรเซสเซอร์ AI ขั้นสูงมาใช้ นั่นคือ NPU หรือหน่วยประมวลผลแบบเส้นประสาท ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อดำเนินการอัลกอริธึม AI ที่มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ GPU แบบดั้งเดิม (หน่วยประมวลผลกราฟิก)
hid corporate 1000
HID Corporate 1000 Format คือบริการจาก HID Global ในการกำหนด “format” เฉพาะสำหรับแต่ละองค์กรของผู้ใช้งาน โดยในแต่ละ format สามารถมีหมายเลขบัตรที่ไม่ซ้ำกันได้มากกว่า 8 ล้านหมายเลข ซึ่งหมายเลขบัตรนี้จะถูกบริหารจัดการโดย HID Global เพื่อรับรองว่าจะไม่มีการผลิตหมายเลขซ้ำกันออกมา
hid card printer watermark
องค์กรสมัยใหม่ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยของบัตรโดยไม่เพิ่มราคาต่อบัตรได้ค้นพบว่าการเลือกเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวที่เหมาะสมสามารถสร้างความแตกต่างได้ โซลูชั่นต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์บัตรประจำตัว FARGO® DTC1500 จาก HID Global® มาพร้อมกับฟังก์ชั่นลายน้ำบน overlay แบบกำหนดเองในตัว ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถนำองค์ประกอบภาพที่น่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัยสูงไปใช้กับบัตรของตนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy