"C_rrT6nQ0AShw": { "on": "visible", "vars": { "event_name": "conversion", "send_to": ["AW-1003034900/SxC8CKqi46QBEJSypN4D"] } }

ในโลกยุคปัจจุบันที่พนักงานทุกคนล้วนมีสมาร์ทโฟนใช้ในการติดต่อสื่อสาร ความบันเทิงและแม้กระทั่งในการทำงาน องค์กรจึงมีความต้องการอยากจะใช้ประโยชน์จากโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำอยู่บนอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะนี้ให้เข้ามาบรรจบกับระบบควบคุมความปลอดภัยในการเข้าออกสำนักงาน โดยหลอมรวมระบบเครือข่ายดิจิทัลและระบบการควบคุมความปลอดภัยในการเข้าออกของพนักงานเข้าด้วยกัน และทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีการเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น​

อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะมีอยู่ในทุกๆ ที่

จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกคาดว่าจะถึง 6.1 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2563 นั้นคือประมาณ 70 % ของประชากรโลกในขณะนั้น ตามรายงานของ Ericsson ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในเอเชียที่เคยมีเพียงประมาณพันล้านคนในปี พ.ศ. 2558 และพุ่งทะยานไปถึง 1.48 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2562​

 

นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะอันใหม่เกิดขึ้นเรียกว่า อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (smart wearables) อย่างเช่นแว่นตา นาฬิกา และอุปกรณ์พกพาทางด้านการออกกำลังกายและการดูแลรักษาสุขภาพ จะยิ่งเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะในตลาดให้มากยิ่งขึ้น IDC คาดว่าตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะทั่วโลกพอถึงสิ้นปี พ.ศ. 2559 จะมีอุปกรณ์สวมใส่ถูกขายไปทั้งหมดถึง 111.1 ล้านชิ้น และพุ่งขึ้นไปถึง 214.6 ล้านชิ้นในปี พ.ศ. 2562 ทำให้เป็นทางเลือกใหม่แทนพวกคีย์การ์ด สมาร์ตการ์ดและอุปกรณ์แบบธรรมดาที่ใช้กับระบบควบคุมการเข้าออกสำนักงานในปัจจุบันเพราะว่าความสะดวกในการพกพาอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้และความสามารถใช้งานได้หลากหลายนั้นเอง

องค์กรทั้งหลายคาดหวังว่าโลกต่อไปจะเป็นยุคของทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำบนอุปกรณ์พกพา (mobile-first world)

การขยายระบบการควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาคไปสู่อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรในการสร้างระบบให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้นและขจัดงานที่ต้องทำด้วยมือในหลายขั้นตอนลง ลองจิตนาการว่ามันเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงสถานที่ต่างๆทั่วโลกในแต่ละวันได้อย่างไรดู​

“พนักงานผู้หนึ่งกำลังเดินทางเพื่อไปสถานที่อีกแห่งหนึ่งของบริษัทเพื่อเข้าร่วมประชุม ก่อนที่จะมาถึง เขาแจ้งวันที่ เวลาและระยะเวลาที่จะใช้สถานที่นั้นแก่ผู้ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของสถานที่นั้น ซึ่งจะสร้าง PACS ID ให้แก่พนักงานคนนั้นและสิทธิที่เกี่ยวข้องโดยส่งผ่านเว็บท่าในการควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (mobile access portal) ไปยังสมาร์ทโฟนของเขา”​

ด้วยอุปกรณ์พกพาของพนักงานคนนั้นเอง เขาสามารถเข้าสู่บริเวณที่จอดรถและสถานที่นั้น และพร้อมที่จะเข้าสู่ห้องประชุมที่มีการประชุมได้เลย การเข้าถึงโดยใช้สมาร์ทโฟน (Mobile access) ทำให้เขาดำเนินการต่าง ๆ ในสถานที่นั้นได้อย่างราบรื่นตามสิทธิที่มอบให้และเมื่อการประชุมนั้นสิ้นสุดลง สิทธิชั่วคราวในการเข้าใช้สถานที่นั้นจะถูกตั้งโปรแกรมให้สิ้นสุดลงเองโดยอัตโนมัติ​

คุณ อเล็ก ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายขายภาคพื้นเอเชีย ด้าน Physicals Access Control System กล่าวว่า ทุกวันนี้องค์กรต่างๆ เริ่มต้นที่จะมองหาประโยชน์จากการหลอมรวมระบบควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาพเข้าด้วยกันกับระบบดิจิทัล เนื่องจากอุปกรณ์โมไบล์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานของพนักงานและองค์กรในเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการทำงาน ระบบเครือข่าย และความปลอดภัย การนำอุปกรณ์โมไบล์เข้ามาร่วมเป็นอุปกรณ์ในการกำหนดความปลอดภัยในการเข้าถึงจะทำให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบายมากขึ้น องค์กรสามารถจัดการควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น มีความปลอดภัยมากกว่าระบบดั้งเดิมที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า และสร้างโอกาสให้สามารถดูแลความปลอดภัยได้ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายดิจิทัลและทางกายภาพซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอุปกรณ์ควบคุมการเข้าถึงแบบดั้งเดิม”​

credit: newwavemkt.com

ประโยชน์ของการเข้าถึงโดยใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะต่างๆ

1. อิสรภาพในการการเข้าถึงโดยใช้ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แถบรัดข้อมือ (wristbands) นาฬิกาและอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอื่น ๆ แทนคีย์การ์ดและสมาร์ตการ์ดทำให้มีทางเลือกและสะดวกมากขึ้นกับพนักงานหรือผู้ใช้ในการเปิดประตูเข้าสู่สำนักงาน​

  • สามารถพกพาได้ตลอดเวลาบนอุปกรณ์อันเดียวกัน: ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องถือและดูแลการ์ดหลาย ๆ ใบ
  • เป็นประสบการณ์ที่รวดเร็วและราบรื่นในการใช้: อย่างเช่นในที่จอดรถหรือที่ประตูทางผ่าน ด้วยการสามารถเข้าถึงจากระยะไกลของ the Bluetooth Smart communications standard ทำให้สามารถขับรถยนต์ผ่านประตูไปได้เลยโดยไม่ต้องเปิดกระจกเพื่อเอาการ์ดมาแตะเครื่องอ่านเหมือนแต่ก่อน
  • สามารถจับท่าทางความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ (Gesture detection): Smart device sensors ซึ่งใช้เทคโนโลยี gyroscope และ accelerometer สามารถทำให้จับความเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นจึงทำให้สามารถเปิดประตูจากระยะไกลผ่านกริยาท่าทาง ตัวอย่างเช่น HID Global’s patented Twist และ Go technology ทำให้ลูกค้าสามารถปลดล็อกประตูหรือเปิดประตูโดยขยับสมาร์ทโฟนไห้เหมือนหมุนลูกกุญแจเปิดประตู ทำให้เพิ่มระดับการพิสูจน์อัตลักษณ์ (layer of authentication) ในระบบความปลอดภัยได้อีกขั้นหนึ่ง

 

2. การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์พกพาอัจฉริยะจะเป็นหนทางใหม่ในการจัดการแสดงอัตลักษณ์บนโมไบล์ (mobile identities) ในอนาคตอันใกล้

  • ประหยัดเวลา: การนำเว็บท่าบนคลาวด์ (cloud-based portal) มาใช้เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการ mobile identity แทนการจัดการผ่านบัตรประจำตัวพนักงานจะทำให้ผู้ดูแลระบบมีเวลาเพิ่มขึ้น ยิ่งกว่านั้นสามารถจะจัดการสิทธิให้หลายๆ คนพร้อม ๆ กันได้โดยใช้การนำเข้าระบบผ่านไฟล์ CSV หรือ Excel (batch upload) ในขณะที่ทำการเชิญและจัดการดำเนินงานผ่าน email ได้ไปพร้อมๆ กัน
  • ง่ายในการใช้งานสำหรับด้านผู้ใช้: เมื่อผู้ใช้ได้รับจดหมายเชิญผ่าน email สามารถดาว์โหลด แอพพลิเคชั่นและ ลงทะเบียน (enrolls) โดยสิทธิต่างๆ ของเขาจะถูกกำหนดไปให้แต่ละ mobile ID และจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์พกพาของเขาทันทีเลย
  • สามารถจัดการหลายสถานที่ได้พร้อมๆกัน: องค์กรหลายๆ องค์กรมีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลกที่มีระบบการควบคุมการเข้าออกต่างๆ กัน ด้วยการใช้ระบบโซลูชั่นควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (mobile access solution) นี้จะทำให้สามารถกำหนด mobile identities หลายๆ อันให้แก่แต่ละอุปกรณ์พกพาได้ พนักงานสามารถได้รับ mobile identity ที่บนมือถือของตนได้อย่างง่ายดายก่อนจะออกจากที่ทำงานหรือทันทีที่ไปถึง ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องทำบัตรเยี่ยมผู้มาเยือนหรือบัตรพนักงานชั่วคราวให้แก่พนักงานคนนั้น

 

3. การเข้าถึงผ่านอุปกรณ์โมไบล์ (Mobile access) สามารถช่วยเสริมระบบโซลูชั่นควบคุมการเข้าออกที่มีอยู่เดิมโดยให้ทางเลือกใหม่ๆ ให้แก่พนักงาน ขณะที่ยังคงระบบเดิมที่ใช้ สมาร์ตการ์ด หรือ key fobs เหมือนเดิมไว้ได้

  • สามารถใช้ PIN numbers ร่วมกับระบบอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายแต่ปลอดภัยขึ้น: ระบบดั้งเดิมอย่างเช่น Magstripe และ low-frequency proximity cards สามารถสำเนาเลียนแบบขึ้นมาใหม่ได้ง่าย แต่ในระบบควบคุมการเข้าออกผ่านอุปกรณ์โมไบล์ตัว digital credentials หรือ Mobile IDs จะถูกเก็บอย่างปลอดภัยและมีการป้องกันที่แน่นหนา ด้วยการใช้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการณ์ของโมไบล์ (อย่างเช่น sandbox or PIN) และมีการเข้าระหัสที่ซับซ้อนป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
  • สามารถสื่อสารกับเครื่องอ่านได้ในระยะไกล: เครื่องอ่านสามารถติดตั้งได้ในด้านที่ปลอดภัยของประตู ลดความเสี่ยงที่จะถูกขโมย ทำลายหรือแอบดู
  • หายยากกว่าการ์ด: สมาร์ทโฟนไม่มีการใช้ร่วมกันและยากที่จะถูกขโมยในสถานที่ทำงาน ขณะที่การ์ดสูญหายหรือถูกขโมยได้ง่ายกว่ามาก
  • สิทธิในการเข้าถึงสามารถกำหนดได้จากระยะไกล: ในกรณีที่สมาร์ทโฟนพกพาสูญหาย ถูกขโมย หรือมีการเปลี่ยนเครื่องกัน สิทธิในการเข้าถึงสามารถจะถูกยกเลิกได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บท่าที่ใช้บริหารจัดการ (management portal)
  • อัตลักษณ์ (Authentication): อุปกรณ์อัจฉริยะสามารถใช้งานได้กับ multi-factor authentication , biometric identification และระบบความปลอดภัยที่ก้าวหน้ามากๆ อื่นๆ ได้ดีกว่าระบบเก่าที่ใช้เพียงการ์ด

REVIEW: HID Mobile Access by Vulcan Technology

HID Global ประกาศเทคโนโลยีล้ำยุค ใช้สมาร์ทโฟนแทนคีย์การ์ดในการเข้าออกผ่านระบบรักษาความปลอดภัย​

ประเทศไทย - ดูเหมือนข่าวพาดหัวและภาพยนตร์จะทุ่มเทความสนใจไปที่การป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ และการรั่วไหลของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นความลับสุดยอดขององค์กร แต่การควบคุมความปลอดภัยหลักในองค์กรทั้งหลายยังคงเป็นการควบคุมการเข้าออกเชิงกายภาพ (physical access security) โดยการกำหนดสิทธิผู้เข้าถึงพื้นที่ในสำนักงาน ศูนย์ข้อมูล และสถานที่ต่างๆ ยังคงใช้การป้องกันที่หน้าประตูทางเข้าออกโดยใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันอันได้แก่ สมาร์ทการ์ด และอุปกรณ์แบบอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้กันทั่วไปในสำนักงาน​

บริษัท วัลแคน เทคโนโลยี จำกัด

Copyright © 2019 www.vulcan-tec.com All Rights Reserved.​​​

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

DESIGN by​

บริษัท วัลแคน เทคโนโลยี จำกัด