KNOWLEDGE ARTICLE

เปรียบเทียบข้อแตกต่างสำหรับการพิมพ์บัตรพลาสติก

เปรียบเทียบข้อแตกต่างสำหรับการพิมพ์บัตรพลาสติก

PVC INKJET METHOD

ใช้แผ่นพีวีซีเคลือบด้วยสารเคมีเพื่อให้พิมพ์ได้ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ส่วนอีกด้านเคลือบด้วยกาวร้อน เมื่อพิมพ์ได้ทั้ง 2 แผ่นแล้ว เอามาประกบด้านหลังเข้าหากันให้เป็นหน้าบัตรและหลังบัตรแล้วทำให้ติดกันด้วย เครื่องเคลือบร้อน หลังจากนั้นเอามาตัดด้วยเครื่องตัด

ข้อดี
ต้นทุนต่อบัตร CR-80 ขนาดมาตรฐาน 86x54 mm. 7-10 บาท

ข้อเสีย

  • อายุการใช้งานสั้น ไม่เกิน 6 เดือน
  • สีซีด ไม่ทนแสง
  • น้ำซึมเข้าได้เนื่องจากเคลือบด้วยอุณหภูมิต่ำ
  • ขั้นตอนการทำงานเยอะ
  • ใช้เวลาเยอะกว่าจะได้บัตรออกมาแต่ละใบ
  • ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการพิมพ์ต่อเนื่อง หรือพิมพ์จำนวนเยอะๆ
  • ไม่เหมาะกับบัตรที่ต้องใช้งานยาวนาน เช่น บัตรสมาชิกหรือ บัตรพนักงาน บัตรนักเรียน

OFFSET

เป็นวิธีพิมพ์บัตรแบบมาตรฐานที่สุดเพราะเป็นระบบพิมพ์ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ปริมาณเยอะ
ข้อดี
คุณภาพขึ้นอยู่กับ คุณภาพของเพลทซึ่งและคุณภาพของเครื่องพิมพ์

ข้อเสีย
มีต้นทุนในการทำเพลท ต้องสั่งให้มีจำนวนเยอะถึงจะคุ้มค่าผลิต

Thermal Transfer

มี 2 ระบบ คือ ระบบ Direct - to Card และ Film Retransfer โดยระบบแรกจะพิมพ์บนบัตรโดยตรง ส่วนระบบ Film Retransfer จะพิมพ์ลงฟิล์มใสก่อนจากนั้นจึงพิมพ์ลงบัตรอีกครั้ง
ข้อดี

  • มีคุณภาพการพิมพ์ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าแบบออฟเซ็ต
  • เป็นระบบการพิมพ์แบบใบต่อใบ พิมพ์จำนวนน้อยได้ เหมาะสำหรับพิมพ์บัตรพนักงาน บัตรนักเรียนนักศึกษา บัตรสมาชิก บัตรvip card

ข้อเสีย
ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นค่อนข้างสูง พิมพ์ 4 สี ประมาณ 10-20 บาท ขาวดำ ประมาณ 1 บาท โดยยังไม่รวมค่าแผ่นพลาสติก

#เครื่องพิมพ์บัตร #เครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก #cardprinter #HIDFARGO #HDP5000 #C50 #เครื่องพิมพ์บัตรพนักงาน #บัตรพลาสติก #บัตรสมาร์ดการ์ด #PVCcard #smartcard